loading
เที่ยวซากาดา

เที่ยวซากาดา ฟิลิปปินส์ เมืองแห่งชาวเผ่าโบราณและโลงศพแขวน

เที่ยวซากาดา

เมืองซากาดา หรือ ซากาด้า (Sagada) ตั้งอยู่บนภูเขาสูง 1500 เมตรจากน้ำทะเล เป็นจังหวัดที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ ห่างออกไปจากกรุงมะนิลา 390 กิโลเมตร มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 11,000 คนเท่านั้น โดดเด่นด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และการท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ มีเส้นทางเทรคกิ้ง ปีนเขาให้เลือกมากมาย

มาดูกันดีกว่าว่าไป เที่ยวซากาดา จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง และโลงศพแขวนจะเกี่ยวอะไรกับชาวซากาดา ตามมาดูกัน

โลงศพแขวนซากาดา

เที่ยวซากาดา

หลายคนคงสงสัยแล้วสิว่า อะไรคือโลงศพแขวน อันที่จริงแล้วก็ตรงตัวตามชื่อนั่นแหละ เป็นโรงศพที่แขวนไว้บนหน้าผา เป็นความเชื่อของชนเผ่าซากาดาที่เมื่อเวลามีคนในหมู่บ้านเสียชีวิต ก็จะนำศพมาแขวนเรียงรายตามผนังหน้าผา เป็นสุสานขนาดย่อมของเมือง ชาวซากาดาเชื่อว่า การที่นำศพไปแขวนนั้น จะทำให้ผู้ที่ตายได้ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากที่สุด ยิ่งสูงเท่าไหร่ยิ่งดี คล้ายๆ กับการฝังหรือการเผาศพตามประเทศอื่นๆ แต่แทนที่ด้วยการแขวนไว้แทน นอกจากจะได้ใกล้ชิดกับพระเจ้า เหตุผลอีกอย่างคือ ทำให้ศพได้พักผ่อนอย่างสงบมากที่สุด ปราศจากการรบกวนของทั้งมนุษย์ และสัตว์ หลังจากลาโลกไปแล้ว

ถ้าสังเกตจะเห็นโลงศพที่มีหลายขนาด เล็ก ใหญ่ คละกันไป บางโลงมีขนาดเล็กมาก ร่างกายคนจะเข้าไปอยู่ในโลงที่เล็กขนาดนั้นได้อย่างไร หรือจะเป็นโลงสำหรับเด็ก? จริงๆ แล้ว ก่อนที่จะบรรจุศพลงไปในโลง จะมีการทุบกระทุบตามส่วนข้อต่อต่างๆ ของร่างกายให้ละเอียด ทำให้ขยับเป็นท่าต่างๆ ได้ เสร็จแล้วจะจัดเรียงศพให้เป็นในลักษณะที่นอนงอเหมือนกับเด็กเพิ่งเกิด เพราะชาวซากาดาเชื่อว่า ความตายเป็นวัฏจักรปกติของมนุษย์ คนเราเกิด แล้วก็ต้องตาย ดังนั้นการจัดร่างกายแบบนี้ ก็จะสื่อว่า ผู้ตายได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งนั่นเอง

เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำโลงขึ้นไปแขวนบนหน้าผา จะเตรียมการเตรียมฐานรองไว้อยู่แล้ว ทำจากเหล็ก เจาะเข้าไปในผิวของหน้าผา เพื่อรองรับน้ำหนักของโลงไม้ที่มีขนาดหนัก พอเสร็จพิธีกรรมก็จะพ่นสีชื่อผู้ตายไว้ที่ข้างโลง พื่อไว้ละลึกถึง และง่ายต่อการสังเกต เมื่อเวลาลูกหลายมาเยี่ยมจะได้รู้ตำแหน่ง

โดยเวลาผ่านไปหลายๆ ปี โลงที่ทำจากไม้ โดนแดด โดนฝนหลายวันเข้า ก็มีการผุพังเป็นเรื่องธรรมดา บางทีก็จะมีศพหล่นลงมาสู่พื้น แตกกระจัดกระจาย ฮ่าๆ เป็นบริเวณที่น่าสยดสยองพอสมควร โดยในปัจจุบันพิธีกรรมเอาศพไปแขวนนั้นก็เริ่มจะเห็นได้ยากแล้ว เพราะว่าชาวซากาดารุ่นใหม่ๆ ก็ไม่ค่อยอยากให้คนรักของตัวเองไปแขวนอยู่แบบนั้น เหมือนเป็นการไปทรมานเสียมากกว่า จึงเลือกหันกลับไปใช้วิธีการฝังหรือเผาแทน

เที่ยวซากาดา มีอะไรอีกบ้าง?

เที่ยวซากาดา

ซากาดาไม่ใช่แค่มีเรื่องโลงศพเพียงอย่างเดียว ยังมีสถานที่เที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงามด้วยเช่นกัน ซึ่งสถานส่วนใหญ่นั้น ต้องเดินเท้าเข้าไป สายเดินป่า สายเทรคกิ้งน่าจะชื่นชอบกัน

ถ้ำ Sumaguing

เที่ยวซากาดา

เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในซากาดา เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัย ต้องใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงในการเดินจากปากทางเข้าไปยังทางออก การเข้าไปต้องใช้บริการนำทางของไกด์ท้องถิ่นเท่านั้น ไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวเดินกันเอง ซึ่งเราไม่แนะนำให้เด็กเล็ก หรือผู้ที่มีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมไป เพราะระหว่างทางในถ้ำที่แสนโหดและลื่น พร้อมเปียกได้ตลอดเวลา ทางในถ้ำจะยากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน อย่างไรก็ตามที่แห่งนี้ยังครองอันดับหนึ่งที่เที่ยวต้องมา เมื่อมาซากาดา

ยอดเขา Kiltepan

เที่ยวซากาดา

ว่ากันว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดของซากาดา ด้วยความสูงที่ 1640 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มองเห็นวิวสุดลูกหูลูกตา รายล้อมไปด้วยไร่นาขึ้นบันได และสายหมอกยามเช้า จากตีนเขาขึ้นไปจุดชมวิว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ดังนั้นควรเริ่มต้นเดินขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ซักตี 4 ก็จะขึ้นมาถึงประมาณ ตี 5 ครึ่ง โดยที่นี่พระอาทิตย์จะขึ้นประมาณ หกโมงครึ่งเป็นต้นไป

เที่ยวซากาดา

อีกหนึ่งที่เที่ยวไฮไลท์ของซากาดา ตั้งอยู่ตอนเหนือของซากาด้า เป็นน้ำตกที่มีความสูงที่ 200 เมตร หลบซ่อนอยู่ในหุบเขาและนาข้าว ก่อนจะเดินเข้าไปนั้น จะต้องมีไกด์นำทาง ราคาอยู่ที่ 500 เปโซ หรือประมาณ 850 บาท ถ้าไปกันหลายคนก็สามารถแชร์กันได้ ถือซะว่าเป็นค่าบำรุงสถานที่และช่วยเหลือคนท้องถิ่น

การเดินทางเข้าไปต้องใช้พละกำลังและความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก ฮ่าๆ เพราะว่าต้องเดินเท้าเข้าไป ใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ใครเดินช้าหน่อยก็มากกว่านั้น ผ่านทางที่ลาดชัดของภูเขาหิน ผ่านนาข้าว ไปจนถึงลุยผ่านลำธาร แต่รับรองว่าเมื่อไปถึงตัวน้ำตกแล้ว คุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน!

การเดินทางไปซากาดา

มี 2 เส้นทางหลักๆ คือ ไปจากกรุงมะนิลาไป เมืองบาเกียว (Baguio) และเมืองบาเนา (Banaue) จากบาเกียวใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง และประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งจากบาเนา

ร้านอาหารในซากาดา

Log Cabin

เที่ยวซากาดา

ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook Log Cabin Sagada

เป็นร้านอาหารสไตล์บ้านไม้ มีอาหารท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ขาย สิ่งที่ควรสั่งก็คือพาสต้าสไตล์ฟิลิปปินส์ เสริฟคู่กับไก่ทอดและมันฝรั่งทอด ทีเด็ดเลยล่ะ

Strawberry Café

เที่ยวซากาดา

ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook Strawberry Café

คาเฟ่สองชั้นน่ารักๆ ที่ดังในเรื่องของโยเกิร์ตโฮมเมด แก้ร้อนได้เป็นอย่างดี

Gaia Café

เที่ยวซากาดา

ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook Gaia Café

อีกหนึ่งคาเฟ่ยอดฮิต ที่ไม่ได้มีดีที่อาหารและกาแฟ แต่เป็นวิวที่สวยงามของทุ่งนาขั้นบันได รายรอบบริเวณร้าน ทำให้การจิบกาแฟของคุณนั้น อร่อยขึ้นเท่าตัว

ไป เที่ยวซากาดา ช่วงไหนดี?

ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดที่จะไป เที่ยวซากาดา คือในหน้าหนาว ตั้งแต่เดือนพฤจิกายนไปจนถึงกุมภาพันธ์ จะมีอากาศที่เย็น อุณหภูมิจะลดลงไปถึงที่ 4 องศา หลังจากนั้นจะเป็นหน้าแล้ง อากาศจะร้อนมากเหมือนบ้านเรา ส่วนหลังจากเดือนมิถุนายน จะเป็นช่วงหน้าฝน มีฝนตกหนัก ไม่เหมาะกับการไปเดินป่ามากนัก ทางที่ดีนักท่องเที่ยวควรศึกษาสภาพอากาศก่อนเดินทาง

สำหรับผู้อ่านที่สนในไปเที่ยวฟิลิปปินส์ สามารถไปอ่านบนความที่เกี่ยวข้องได้ที่ลิงก์

  1. เที่ยวฟิลิปปินส์ : มะนิลา หนึ่งในเมืองที่มีอาหารอร่อยที่สุด
  2. เอลนิโด้ : สวรรค์เล็กๆ สถานที่ท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ ที่ซ่อนอยู่ในหมู่เกาะปาลาวัน
  3. ผ่อนคลายและดื่มด่ำไปกับบาร์ยามค่ำคืนที่ซ่อนตัวอยู่ในกรุง มะนิลา
  4. ทำความรู้จักกรุง มะนิลา ผ่าน ที่เที่ยวมะนิลา อย่าง เมืองโบราณอินทรามูรอส

Comments are closed here.

[wpdevart_facebook_comment order_type="social" title_text="" title_text_color="#000000" title_text_font_size="22" title_text_font_famely="monospace" title_text_position="left" width="100%" bg_color="#d4d4d4" animation_effect="random" count_of_comments="3" ]