loading
ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์

ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์ ในเมืองไทย ที่คนชื่นชอบความท้าทายต้องห้ามพลาด!

ในปัจจุบัน การท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ กำลังเป็นที่นิยมมาก เช่น การเที่ยวแบบแบกเป้เที่ยวเอง หรือกิจกรรมเอาท์เดอร์ต่างๆ ก็ถือว่าเป็นการเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ ซึ่งกลุ่มอายุคนที่ท่องเที่ยวแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยหนุ่มสาวที่รักการผจญภัย อยากลองอะไรที่สนุกในชีวิต เบื่อการเที่ยวแบบจำเจและเดิมๆ

ซึ่งในเมืองไทยเองก็มี ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเดินป่า เทรคกิ้ง ดำน้ำ หรือกีฬาเอ็กซ์ตรีมต่างๆ ก็มีให้ได้เลือกกัน หาได้ง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะ ครั้งนี้ Travel141 นำ 3 แหล่ง ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์ และกิจกรรมเอาท์เดอร์สุดมันส์ในเมืองไทย ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ไปดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์

เชื่อว่าหลายคนที่อ่านบทความอยู่ตอนนี้ต้องเคยไปเขาใหญ่ อย่างน้อยสักครั้งหนึ่งอยู่แล้ว หลักๆ ก็จะไปจุดชมวิว ส่องสัตว์ตอนกลางคืน หรือจะกางเต้นท์รับอากาศดีๆ แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้จักเส้นทางเดินป่า ศึกษาธรรมชาติของอุทยาน

มาดูกันว่ามีเส้นทางไหนบ้าง ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทั้งระยะสั้นและระยะทางไกล แบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่

  1. เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น (nature trail) ระยะทาง 1200 เมตร เส้นทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ไปถึงน้ำตกกองแก้ว สามารถเดินเองได้ ทางชัดเจน ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
  2. เส้นทางเดินป่าแบบไม่พักแรม (hiking trail) จะใช้เวลาเดิน 1 วัน โดยต้องใช้บริการนำทางจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น สามารถติดต่อได้ที่จุดทำทำการอุทยานหรือจะโทรไปจองก่อนก็ได้ เส้นทางมีตั้งแต่ 1-5 ชั่วโมง ตามความคล่องแคล่วของแต่ละบุคคล เช่น เส้นทางดงติ้ว-มอสิงโต ระยะทาง 2 กิโลเมตร เส้นทางดงติ้ว-หนองผักชี ระยะทาง 4 กิโลเมตร เป็นต้น ใครถนัดระยะทางไหนก็เลือกได้ตามสบาย แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะลำบากจนเกินไปสำหรับผู้หญิง ทางในป่าเดินได้สะดวก ไม่ถึงขนาดต้องเดินฟันต้นไม้ที่ขวางหน้า ฮ่าๆ อาจจะมีการปืนป่ายตามก้อนหินหรือทางลาดชันนิดหน่อยเท่านั้นเอง
  3. เส้นทางเดินป่าระยะไกล (trekking trail) เส้นทางสุดท้ายที่ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าตัวยง เพราะว่าเป็นเส้นทางที่ต้องมีการพักแรมในป่า ใช้เวลาเดินทั้งวัน และอย่างน้อยต้องค้างคืนในป่าตั้งแต่ 1 คืนเป็นต้นไป มีหลายเส้นทาง เช่น เส้นทางเขาสมอปูน ซึ่งต้องเดินไต่ระดับความสูงขึ้นไป ผ่านหน้าผา น้ำตกต่างๆ ในเขาใหญ่ และเส้นทางคลองปลากั้ง-แก่งหินเพิง ที่จะผ่านเส้นทางที่พบรอยเท้าของไดโนเสาร์ ทั้งสองเส้นทางนี้ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 วัน 3 คืน โหดไม่ใช่เล่น ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเดินป่า เพราะเราจำเป็นต้องแบกสำภาระเข้าไปด้วย เช่นกระเป๋าเป้ เสบียง และเต้นท์นอน เรียกได้ว่าอยู่ในป่าจนลืมโลกภายนอกกันเลยทีเดียว

อืม แต่จะเลือกเส้นทางไหนดีล่ะ? ถ้าสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่มีเวลาเที่ยวน้อย หรือไม่ใช่สายลุยมากนัก เราแนะนำให้เลือกเส้นทางดงติ้ว-หนองผักชี คือระดับกลาง ที่จะใช้เวลาเดินแค่ 1 วัน เริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ของวันแรกบ่ายๆ เย็นๆ ก็จบแล้ว โดยเริ่มเดินจากที่ทำการอุทยาน ผ่านป่าดงดิบพืชพันธุ์นานาชนิด ผ่านลำห้วยธรรมชาติ ไต่ระดับความสูงเพียงเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ ซึ่งในบางช่วงนักท่องเที่ยวอาจจะพบเจอกับสัตว์ป่าระหว่างทางได้เช่นกัน ไฮไลท์ของเส้นทางนี้จะอยู่ที่เราต้องข้ามลำห้วย ซึ่งต้องเดินข้ามขอนไม้ที่พาดไว้คล้ายกับสะพาน เป็นช่วงที่จัดได้ว่าหวาดเสียวที่สุดของการเดินป่าในเส้นทางนี้ ใครมีสกิลหน่อยก็จะเดินข้ามไปได้อย่างสบาย ส่วนมือใหม่ ใจกล้าๆ กลัวๆ ก็จะค่อยๆ ย่อง บางทีก้มลงไปกอดกับขอนไม้กันเลยทีเดียว เรียกเสียงฮาจากหมู่เพื่อนได้เป็นอย่างดี ฮ่าๆ หลังจากผ่านมาแล้ว เส้นทางจะมาจบที่หอดูสัตว์หนองผักชี เป็นหอส่องสัตว์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้าง เดินขึ้นไปชมวิมรอบๆ บริเวณนี้ได้ เป็นการจบทริปวันเดย์ที่ฟินและคุ้มค่าเหนื่อยสุดๆ

ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์

นั่งรถไฟสายมรณะ จังหวัดกาญจนบุรี

ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์

ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์ ที่ต่อไป กับเส้นทางรถไฟสายมรณะ และสะพานข้ามแม่น้ำแควอันโด่งดังของจังหวัดกาญจนบุรี คงมีหลายคนที่เคยไปชมสะพานข้ามแม่น้ำแคว ถ้ำกระแซ หรือสถานีน้ำตกปลายทางที่ไทรโยค แต่ไม่เคยนั่งรถไฟสายมรณะจริงๆ สักที ส่วนใหญ่จะขับรถยนต์ไปเสียมากกว่า เพราะว่าตัวเมืองกาญไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก

ดังนั้นเรามานั่งรถไฟไปเมืองกาญกันเถอะ! สามารถไปเช้าเย็นกลับได้ในวันเดียว นั่งรถไฟไปเรื่อยๆ มองวิวสองข้างทาง เปิดเพลย์ลิสต์ที่เราชอบ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เป็นการเติมเต็มพลังหลังจากการทำงานในช่วงวันธรรมดาได้เป็นอย่างดี ซึ่งการขึ้นรถไฟสายมรณะนั้น สามารถขึ้นได้ทั้งจากกรุงเทพและจากตัวเมืองกาญ ซึ่งถ้าขึ้นจากกรุงเทพจะเริ่มตั้งแต่สถานีหัวลำโพง หรือจะสถานีรถไฟธนบุรีก็ได้ ก็จะนั่งยาวๆ ผ่านหลายจังหวัด แวะตามสถานีต่างๆ ระหว่างทาง อาจจะเสียเวลามากไปหน่อยเพราะช่วงแรกๆ ยังไม่ค่อยมีอะไรที่น่าสนใจมากนักหรือคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ส่วนถ้าใครมีรถส่วนตัวก็สามารถขับไปจอดที่สถานีรถไฟเมืองกาญ และขึ้นที่สถานีรถไฟจากสถานีได้ด้วยเช่นกัน หรืออีกหนึ่งทางเลือกก็คือ ถ้าไม่อยากไปกลับวันเดียว อยากจะซึมซับบรรยากาศให้มากกว่านี้ แนะนำให้จองโรงแรมตามริมแม่น้ำแควซักคืนแล้วค่อยนั่งรถไฟกลับกรุงเทพ/กาญในวันถัดมาก็ยังได้

ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์

การเดินทางด้วยรถไฟเส้นทางสายมรณะ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสเส้นทางรถไฟสายเก่า ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านสะพานประวัติศาสตร์ถ้ำกระแซ ที่สร้างลัดเลาะตามหน้าผา วิวข้างล่างจะเป็นเหวและแม่น้ำแคว สร้างความหวาดเสียวได้ไม่มากก็น้อย รถไฟจะไปจอดที่สถานีน้ำตกซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายของเส้นทางนี้ จริงๆ แล้วแต่ก่อนในยุคสงครามทางรถไฟจะถึงพม่าเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันได้มีการรื้อรางออกจนหมด ไว้จนแค่สถานีน้ำตกเป็นที่สุดท้าย เรารับรองว่านักท่องเที่ยวจะต้องเพลิดเพลินกับวิวตลอดข้างทาง ที่สำคัญจะเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ จากการนั่งรถส่วนตัวหรือพาหนะอื่นมาอย่างแน่นอน

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องนั่งรถไฟกลับในวันเดียว อาจจะหาที่พักริมน้ำแควซักคืนแล้วค่อยกลับอีกวันก็ได้ จบทริป 2 วัน 1 คืนได้เพอร์เฟคสุดๆ การนั่งรถไฟท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งวิธีการเดินทางที่แสนจะชิคและชิลล์สุดๆ หาเวลาเสาร์-อาทิตย์ที่คุณว่าง มานั่งรถไฟเที่ยวกัน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเป็นต้องเมืองกาญเท่านั้น ยังมีอีกหลายๆ แห่งที่สามารถเดินทางไปเช้าเย็นกลับได้ในวันเดียว เช่น นครปฐม นครนายก หัวหิน เป็นต้น

เส้นทางปั่นจักรยานรอบสนามบินสุวรรณภูมิ

ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์

ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook Skylane Thailand

ช่วงนี้มองไปทางไหน ก็เห็นผู้คนนิยมออกกำลังกายกันมากขึ้น โดยเฉพาะวิ่งและปั่นจักรยาน แต่สำหรับการปั่นจักรยานเชื่อว่าหลายคนน่าจะมีคำถามว่า ปั่นจักรยารกรุงเทพมหานครน่ะเหรอ มันไม่เหมาะกับการปั่นจักรยานหรอก ดูจากสภาพการจราจรเป็นตัวอย่าง หรือดูนิสัยการขับขี่รถยนต์ของคนไทยสิ จะให้ปั่นได้ยังไงล่ะ? แต่ก็ไม่ต้องระแวงอีกต่อไป เพราะตอนนี้มีเส้นทางปั่นจักรยานมารองรับชาวกรุงเทพแล้ว

เส้นทางปั่นจักรยานรอบสนามบินสุวรรณภูมิ หรืออีกชื่อหนึ่งอย่างเป็นทางการคือ สกายเลน (Skylane bicycle track) เป็นทางปั่นจักรยานรอบสนามบินสุวรรณภูมิที่มีระยะทางกว่า 23.5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เดิมทีเป็นถนนตรวจการของสนามบิน แต่ได้ปรับเปลี่ยนมาเปลี่ยนที่สาธารณะและเปิดให้ผู้คนทั่วไปเข้าได้ภายหลัง ทำการลาดยางขึ้นมาใหม่เพื่อการปั่นจักรยานโดยเฉพาะ

ที่แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมชาวจักรยานที่ใหญ่ที่สุดของเอเซียเลยก็ว่าได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องน้ำ ลานจอดรถ โซนพักผ่อน โซนร้านอาหาร และร้านกาแฟ คอยอำนวยความสะดวกนักปั่นทุกท่าน

ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์

ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook Skylane Thailand

ขั้นตอนการเข้าใช้สนาม

  1. การเตรียมตัว เตรียมจักรยานมาเอง ทางสนามไม่มีจักรยานให้เช่านะจ๊ะ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ห้ามใส่รองเท้าแตะปั่น หมวกจักรยานสำคัญมาก ซึ่งถ้าไม่มีหมวกทางสนามจะไม่อนุญาติให้เข้า เพื่อความปลอดภัยของส่วนรวมและตัวคุณเอง แต่ทางสนามก็มีหมวกให้เช่า ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นคุณก็ควรจะมีหมวกเป็นของตนเอง
  2. การเข้าสนาม ต้องใช้ Snap เท่านั้น Snap คือสายรัดข้อมือ การใช้งานจะคล้ายๆ กับบัตรผ่านเข้ารถไฟฟ้า มาถึงจุดเข้าสนามก็นำ snap ไปทาบกับเครื่องอ่าน ประตูอัตโนมัติก็จะเปิดให้เข้าได้ ในตัวสายข้อมือจะเก็บข้อมูลของเราจากบัตรประขาชน เผื่ออุบัติเหตุต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในสนาม ซึ่งสามารถลงทะเบียนรับ snap ได้ฟรีที่จุดบริการทางเข้าสนาม นอกจากนี้เรายังสามารถเติมเงินเข้าไปใน snap เพื่อจะเอาไว้ใช้จ่ายซื้อของบริเวณศูนย์อาหารได้ โดยที่ไม่ต้องพกเงินสดติดตัวเลย
  3. การปั่นจักรยานในสนาม ในสกายเลนจะมีเลนปั่นอยู่สองเลน ฝั่งซ้ายสีฟ้า จะเป็นเลนปั่นที่ใช้ความเร็วธรรมดาทั่วไป ส่วนฝั่งขวา เลนสีม่วง สำหรับนักปั่นขาแรงที่ใช้ความเร็วสูง สาเหตุที่ต้องทำเลนแยกก็เพราะ จะลดอุบัติเหตุระหว่างคนที่ปั่นช้ากับเร็ว
  4. รู้กฎการปั่นจักรยานเบื้องต้น อย่างแรกเลยก่อนที่จะเข้าไปปั่นในสนาม นักปั่นทุกท่านจะต้องศึกษามารยาทการปั่นจักรยานทั่วไปให้ดีเสียก่อน เช่น ควรจะรู้ว่าเราปั่นอยู่ในระดับไหน ไม่ใช่ว่าคุณปั่นช้า(ต้องอยู่สีฟ้า)แล้วยังจะไปปั่นในเลนคนปั่นเร็ว(สีม่วง) ดังนั้นอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ หรือเวลาที่คุณจะเลี้ยงเข้าห้องน้ำหรือพัก ควรจะทำสัญญานมือ มองซ้าย ขวา หน้า หลัง ให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าไป ไม่ใช่อยากจะเลี้ยวก็เลี้ยวเข้าไป มิฉะนั้นคนที่ปั่นตามหลังคุณมาจะไม่รู้ว่าคุณจะหยุด อาจจะชนเข้ากับคุณได้ ซึ่งการชนแต่ละครั้งก็เจ็บไม่ใช่น้อย
ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์

ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook Skylane Thailand

ในอนาคตมีแผนที่จะขยายเพิ่มเติม ให้เป็นฮับของชาวจักรยานที่แท้จริง เป็นคอมมิวนิตี้มอลขนาดย่อมๆ ใช้เวลาอยู่ในบริเวณนี้ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

สำหรับการเดินทางไปสนาม น่าจะสะดวกสำหรับคนมีรถส่วนมามากกว่าเพราะว่าอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่ง Airport rail link ไม่อนุญาติให้นำจักรยานขึ้นได้ จึงนิยมนำจักรยานขึ้นรถและไปปั่นกันมากกว่า

บทความที่เกี่ยวข้อง

  1. ทริป เที่ยวฮ่องกง ตะลุยไหว้พระ 6 วัดดัง
  2. 5 ที่พักกรุงเทพ จาก AIRBNB ที่น่าพักและมีสไตล์การตกแต่งที่สุดคูล
  3. เที่ยวกรุงเทพ 3 วัน 2 คืนอย่างไรให้คุ้ม ด้วยเงิน 20,000 บาท

 

 

Comments are closed here.